ไปตุรกี ขึ้นบอลลูนแล้วเป็นยังไง เสียวแค่ไหน กี่บาท คุ้มหรือไม่

          เชื่อแน่ว่าตุรกีนั้นถือเป็นหนึ่งประเทศที่เป็นหมุดหมายในใจของใครหลายคน เพราะที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามติดอันดับโลกอยู่หลายแห่ง อีกทั้งยังเป็นดินแดนสองทวีปที่คาบเกี่ยวระหว่างเอเชียและยุโรป มีการผสานวัฒนธรรมแบบอาหรับมุสลิมเข้ากับบรรยากาศความเป็นยุโรปได้อย่างลงตัว ทำให้ดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์ที่น่าสนใจ

การเดินทาง ไปตุรกี ก็ง่ายแสนง่าย ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเข้าประเทศตุรกีอยู่เที่ยวได้นานถึง 30 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า แถมยังมีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปลงที่อิสตันบูลอดีตเมืองหลวงของประเทศโดยไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนเครื่องให้วุ่นวาย และด้วยความที่ตุรกีเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และอารยธรรมโบราณมากมายจนน่าหลงใหล การไปเที่ยวตุรกีจึงพลาดไม่ได้เลยที่จะไปย้อนรอยตำนานซึมซับกับประวัติศาสตร์ที่ มหาวิหารฮาเยียโซเฟีย (Hagia Sophia) ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในตุรกี และยังถูกจัดให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง โดยแต่เดิมมหาวิหารนี้เคยเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา นิกายออร์โธดอกซ์ ที่ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่าหรือมัสยิด ก่อนจะกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ จุดเด่นของที่นี่คือ ยอดโดมขนาดใหญ่มหึมากลางวิหารที่มีอายุกว่า 1,500 ปี นับว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและงดงามราวต้องมนตร์ที่ควรมาเยี่ยมชมสักครั้ง

ปามุกกาเล (Pamukkale) ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจ เพราะเป็นธารน้ำตกหินปูนสีขาวเกิดขึ้นจากน้ำใต้ดินที่อุดมไปด้วยแร่หินปูน ทำให้เกิดแอ่งน้ำตกจากการสะสมของหินปูนเป็นชั้นลดหลั่นกันลงมา นับว่าเป็นความงดงามแปลกตาที่เกิดจากการรังสรรค์ของธรรมชาติอย่างน่าอัศจรรย์ นอกเหนือจากที่กล่าวมา ตุรกียังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมิดยาท (Midyat) เมืองโบราณเก่าแก่บนอารยธรรมเมโสโปเตเมีย สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) มหาวิหารสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาอิสลามอันยิ่งใหญ่ตระการตา หรือจะไปตามรอยตำนานเมืองทรอย (Troy) อันยิ่งใหญ่ในอดีตที่เมืองชานักกาเล (Canakkale) ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่า สันนิษฐานว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพิกัดของเมืองทรอย ถูกสร้างขึ้นมาประมาณ 4,000 ปีมาแล้ว เมื่อมาที่นี่ต้องไปชมม้าไม้จำลองอันโด่งดังแห่งเมืองทรอยมูลเหตุที่ทำให้เมืองล่ม แต่ไฮไลท์หลักเมื่อ ไปตุรกี แล้วจะต้องลองให้ได้บอกเลยว่าห้ามพลาดเป็นอันขาดคือ การไปขึ้นบอลลูนที่เมืองคัปปาโดเชีย (Cappadocia) ที่นี่คุณจะได้ชมวิวทิวทัศน์บนบอลลูนที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก เห็นวิวเมืองกว้างสุดลูกหูลูกตาแบบพาโนรามา 360 องศา ทัศนียภาพของเมืองนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นอย่างมาก เพราะพื้นที่โดยรอบเกิดจากการทับถมของลาวาภูเขาไฟ กอปรกับการกัดเซาะของลมและน้ำทำให้เกิดเป็นกรวยคล้ายกับกระโจมกระจายอยู่เต็มบริเวณสวยงามน่าตื่นตาตื่นใจราวกับลอยอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์จนถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า (Fairy Chimney) จึงทำให้เมืองคัปปาโดเชียถูกแต่งตั้งให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโกเป็นแห่งแรกของตุรกี

การขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองที่นี่มีบริษัททัวร์เปิดให้บริการทุกวัน อีกทั้งยังมีหลากหลายราคาให้เลือกตามความสะดวกซึ่งส่วนใหญ่อยู่ที่ราคาประมาณ 7,000-8,000 บาท (ไทย) ใช้เวลาประมาณ 1 – 1 ชั่วโมงครึ่งต่อรอบ จะได้รับการบริการแสนสะดวกสบายตั้งแต่รถรับส่งถึงโรงแรมที่พัก พร้อมกับชุดคอฟฟี่เบรกไว้รองท้องกันเบา ๆ จากนั้นก็เตรียมตัวเตรียมใจขึ้นบอลลูนล่องลอยไปเพลิดเพลินกับบรรยากาศและทัศนียภาพสุดอลังการ อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ถ่ายภาพให้พร้อมเพื่อเก็บความประทับใจ ขอบอกเลยว่าจะสนุกตื่นตาตื่นใจกันสุด ๆ จนลืมความเสียวจากความสูงไปเลย เรียกได้ว่า ราคาหลักพันแต่ได้เห็นวิวระดับล้านถือว่าคุ้มเกินคุ้ม และเมื่อเสร็จจากการล่องบอลลูนแล้วยังมีแชมเปญรออยู่ข้างล่างให้ได้เฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนาน พร้อมกับจะได้รับใบรับรอง Flight Certificate เพื่อยืนยันว่า เราได้มาพิชิตบอลลูนที่ตุรกีเป็นที่เรียบร้อย แต่ต้องขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่าลืมเช็กสภาพอากาศให้ดีว่าบอลลูนสามารถขึ้นได้หรือไม่ หากสภาพอากาศไม่เป็นใจอาจจะทำให้เสียเที่ยวได้ ดังนั้น ต้องวางแผนล่วงหน้ากันดี ๆ ไปตุรกี ทั้งทีบอกเลยว่ากิจกรรมนี้ห้ามพลาด ส่วนใครที่กังวลเรื่องความปลอดภัยที่นี่เขารับประกันความปลอดภัยอย่างดี มีทีมงานคอยดูแลอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังตรวจเช็กอุปกรณ์และคุณภาพของนักบินอย่างสม่ำเสมอ แถมยังมีประกันชีวิตให้ทุกคนที่ร่วมทริปขึ้นบอลลูนรับรองเลยว่าปลอดภัย หายห่วง ขอเพียงแค่ปฏิบัติตามคำแนะนำของนักบินอย่างเคร่งครัดก็หายห่วงว่าจะเกิดอันตราย

หวังว่าข้อมูลที่กล่าวมานี้จะเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดทริปขึ้นบอลลูนที่ตุรกี ซึ่งตอนนี้ทุกคนคงกำลังตื่นเต้นอยาก ไปตุรกี กันแล้วแน่ ๆ ฉะนั้น อย่ารอช้าเก็บกระเป๋าเตรียมหาวันว่างจองตั๋วเครื่องบินแล้ว ไปตุรกี กันเลย รับรองว่าคุณจะพบกับความประทับใจอย่างยากที่จะลืมเลือนเลยทีเดียว

สนับสนุนบทความโดย : unithai.com

เที่ยวต่างประเทศครั้งแรก ไปที่ไหนดี?

วันนี้เราจะมาแนะนำ สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ สำหรับคนที่ยังไม่เคยไป และไม่รู้ว่าจะไปไหนดี ต้องการที่จะท่องโลก ออกไปเปิดหูเปิดตา รับประสบกาณ์ใหม่ๆที่อาจหาไม่ได้ในไทย ซึ่งจะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย!

1. ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นประเทศในฝันของนักท่องเที่ยวมากมาย เพราะไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม บ้านเมืองที่สวยงามน่าอยู่ หรืออาหารที่หลากหลาก มีให้เลือกมากมาย แต่ละสถานที่ก็จะมีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป ทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเสน่ห์ ชวนหลงไหล จึงไม่แปลกใจเลยหากใครที่เคยมาแล้ว จะติดใจ จนต้องอยากมาซ้ำหลายๆครั้ง

2. เกาหลีใต้

เราอาจเคยได้ยินเรื่องของความเข้มงวดของ ตม. ที่เกาหลีใต้มามาก แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ยังต้องการที่จะไปให้ได้ เพราะที่เกาหลีใต้นั้นมีความน่าสนใจ น่าตื่นตาหลายอย่างมาก และเป็นสถานที่ที่สาวๆคอซีรี่ย์จะต้องไม่พลาดเลยทีเดียว

3. สิงคโปร์

สิงค์โปร์เป็นประเทศที่ถือว่า การเดินทางสะดวกมาก เพราะใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ประมาณ 2 ชั่วโมงจากไทยเท่านั้น และถึงแม้จะเป็นเพียงประเทศเล็กๆ แต่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย อีกทั้งยังเดินทางสะดวกอีกด้วย บอกเลยว่า สายช็อปปิ้งจะต้องไม่พลาด!

อันตรายที่ควรระวังจากการไปเที่ยวทะเล

ระวังเศษแก้ว เศษเปลือกหอย เศษขยะมีคมที่อยู่บริเวณชายหาด

ขยะต่างๆ ที่อยู่บริเวณชายหาด หรือในทะเล เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรชะล่าใจ เพราะบางทีเศษเล็กเศษน้อยเหล่านั้นถึงแม้จะบาดเท้าเพียงเล็กๆ แต่ก็สามารถทำให้เป็นบาดทะยักได้เช่นกัน หากเศษนั้นมีสนิม หรือเชื้อโรคติดอยู่ด้วย ทางที่ดีหากจะเดินบนชายหาดก็สังเกตรอบๆ เดินอย่างระมัดระวัง หรือไม่ก็ไม่ควรเดินเท้าเปล่า

ระวังสัตว์ทะเลมีพิษ โดยเฉพาะแมงกะพรุน

อย่างที่เราน่าจะเคยเห็นกันอยู่บ่อยๆ แมงกะพรุนเหล่านี้มักจะถูกพัดมาอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล ซึ่งพิษของมันนั้นจะอยู่ที่หนวด หากสัมผัสถูกผิวหนังก็จะมีอาการปวดแสบปวดร้อน บริเวณที่โดนก็จะไหม้เกรียม เป็นตุ่มพอง และแตกเป็นแผล ไปจนถึงมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย โดยหากได้รับพิษที่รุนแรงก็อาจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นก่อนลงเล่นน้ำ หรือเดินเล่นบริเวณชายหาดควรสังเกตให้ดีว่ามีซากของแมงกะพรุนหรือไม่ จะมีลักษณะเป็นตัวสีขาว ใส เป็นเมือกๆ ลอยอยู่ใกล้ๆ บริเวณชายฝั่งทะเล หากพบ ก็ควรหลีกเลี่ยงไปเล่นน้ำที่บริเวณอื่น ถึงแม้ว่าแมงกะพรุนตัวนั้นจะตายแล้ว แต่ก็ยังคงมีพิษที่ร้ายแรงอยู่

ระวังการจมน้ำ

พอพูดถึงการไปเที่ยวทะเล โดยเฉพาะการที่ต้องลงไปเล่นน้ำทะเลด้วยแล้ว เรื่องของการจมน้ำเป็นเรื่องที่นักท่องเที่ยวจะประมาทไม่ได้โดยเด็ดขาด เพราะเป็นสาเหตุต้นๆ ของการเสียชีวิต ถึงแม้ว่าจะเป็นระดับน้ำทะเลที่ไม่ได้มีความลึกมาก แต่ก็มีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ถึงแก่ชีวิตได้ เมื่อจมน้ำก็จะมีอาการหมดสติ หยุดหายใจ หัวใจหยุดเต้น แต่หากว่าไม่หมดสติก็อาจจะอาเจียน ความดันต่ำ ปวดศีรษะ และอาจเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจได้ ทางที่ดีเมื่อลงน้ำทะเลก็ควรสวมใส่อุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันตนเองเอาไว้ อย่าง ห่วงยา ห่วงคอ หรือเสื้อชูชีพ และที่สำคัญ คือ ไม่ควรลงเล่นน้ำในขณะที่มีคลื่นลมแรง นอกจากนี้ก็ควรมีเบอร์โทรศัพท์ของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดติดกระเป๋าไว้เผื่อเหตุฉุกเฉินได้ก็จะยิ่งดี

3 อันดับทะเลไทย สวยไม่แพ้ชาติใดในโลก

ในทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวที่มาไทย เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศที่แปลกใหม่ มีกิล่นอายที่น่าหลงไหล และสิ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นต่างชาติ หรือคนไทยนิยมไปมากที่สุด นั่นก็คือทะเลนั่นเอง

วันนี้เราจึงจะมาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักกับ 3 อันดับทะเลไทย ที่สวยไม่แพ้ชาติใดในโลก ไม่ว่าใครที่มาก็เป็นอันต้องติดใจ อยากกลับมาอีกครั้ง เชื่อว่าแม้แต่คนไทยเองก็ยังไปเที่ยวทะเลในประเทศเรากันไม่ครบทุกที่ เราจึงอยากแนะนำสถานที่ดีๆเหล่านี้มาฝาก เพื่อเป็นส่วนประกอบหนึ่งในการตัดสินใจมาเที่ยว พักผ่อนในวันหยุดต่างกับ กับครอบครัว กับเพื่อน กับคนรัก หรือมาคนเดียวก็สนุกไปอีกแบบนะ

1. หมู่เกาะสิมิลัน ทะเลน้ำใส

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ในจังหวัดพังงา เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมาสัมผัส ต่างก็เปรียบเปรยสถานที่นี้ว่า ราวกับสรวงสวรรค์ใต้สมุทร ซึ่งอุดมไปด้วยสิ่งมีชีวิตนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นปะการัง หรือฝูงปลาหลากสีสรรค์ตัวเล็กตัวใหญ่ มีน้ำใสราวกับกระจก หาดทรายขาวนวลเนียนไม่ระคายเท้า และยังมีชื่อเสียงสำหรับแหล่งน้ำลึกที่สวยงาม

ทางเราอยากแนะนำว่า หากเพื่อนๆต้องการมาพักผ่อนที่นี่ อยากให้อยู่สัก 3 วัน 2 คืน เพราะมีกิจกรรมให้ทำหลากหลายมาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนชิลๆ หรือทำกิจกรรมสนุกๆอย่างดำน้ำ เป็นต้น

2. อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตนธารา – หมู่เกาะพีพี

ตั้งอยู่ในจังหวัดกระบี่ ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีมานาน เรียกได้ว่าเป็นยุคบุกเบิกของการเดินทางเที่ยวทะเลไทยเลยก็ได้ ซึ่งอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตนธาราเป็นสถานที่ที่มีความสวยงาม เป็นธรรมชาติ รอบเกาะอุดมไปด้วยแนวปะการังมากมาย ทิวทัศน์ที่สวยงาม สะดุดตา เป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นภูเขาหินปูนที่มีหน้าผาเป็นชั้นๆ มีถ้ำที่สวยงาม รวมไปถึงสุสานหอยที่เป็นที่นิยมมากๆอีกด้วย

3. เกาะหมาก

เกาะหมาก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ยังคงความงดงามตามธรรมชาติท่ามกลางท้องทะเลในฝั่งอ่าวไทย มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับ 3 รองลงมาจาก เกาะช้าง และเกาะกูด จังหวัดตราด มีลักษณะคล้ายดาวสี่แฉก บริเวณชายหาดมีความสวยงาม พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสวนมะพร้าว บรรยากาศโดยรอบสงบเงียบ หากใครที่ต้องการมาพักผ่อนแบบสงบๆ ชิลๆ ที่เกาะหมากถือว่าเป็นที่ที่ไม่ควรพลาดเลย